ค่าเงินปอนด์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ค่าเงินปอนด์

อังกฤษใช้เงินสกุล “ปอนด์สเตอร์ลิง (Pound Ster Ling)” ซึ่งมีตัวย่อว่า “GBP” และใช้สัญลักษณ์ของสกุลเงิน เป็น “£” โดยคนไทยมักเรียกสกุลเงินอังกฤษสั้นๆ ว่า “เงิน ปอนด์” ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 49 บาทต่อ 1 ปอนด์ (ปลายปี 2553) ส่วนเงินเหรียญจะมี มูลค่าตั้งแต่ 1, 2, 5, 10, 20, 50 เพนนี และ 1, 2 ปอนด์ (100 เพนนี เท่ากับ 1 ปอนด์) หากเป็นธนบัตรจะมีมูลค่า ตั้งแต่ 5, 10, 20 และ 50 ปอนด์

เงินสดและบัตรเครดิต

การจับจ่ายใช้สอยที่อังกฤษ โดย เฉพาะในกรุงลอนดอนนั้นมีมากมายหลาย วิธี แต่วิธีที่ผมจะขอกล่าวถึงและเป็นวิธีที่ สะดวกที่สุดเลยก็คือเงินสดและบัตรเครดิต ซึ่งถ้าเป็นเงินสดก็ควรจะแลกเป็นธนบัตร ใบละ 5, 10 และ 20 ปอนด์เอาไว้ เพราะ จะง่ายต่อการใช้จ่ายที่สุด (สามารถแลกได้ ตามธนาคารที่มีอยู่ทั่วไปในลอนดอน) ส่วนใครที่ต้องการกดเงินผ่านบัตร ATM ก็สามารถทำได้ตามสาขาของธนาคารใหญ่ๆ ท252 เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นบัตร ATM ที่ใช้ต่างแดนได้ด้วย (ลองสอบถามกับธนาคารที่คุณใช้บริการดู)

ในบางครั้งเวลาที่เราใช้จ่ายเงินที่อังกฤษ หากได้รับเงินทอนที่มีลักษณะแตกต่างจากเงินปอนด์ที่แลกมา ก็ไม่ต้องตกใจเพราะธนบัตรที่เราได้รับอาจเป็นธนบัตรของสกอตแลนด์ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากัน และถือเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิงเหมือนกัน แต่จะต่างกันก็เพียงรูปภาพบนธนบัตรเท่านั้นเอง ซึ่งเงินดังกล่าวสามารถนำไปใช้จ่ายซื้อของในอังกฤษได้ทุกแห่ง

ส่วนบัตรเครดิต (Credit Card) สามารถใช้ได้กับร้านค้าเกือบทุกร้าน ไล่ตั้งแต่ร้าน – ของชำไปจนถึงร้านแบรนด์เนมสุดหรูเลยทีเดียว โดยบริษัทบัตรเครดิตที่ใช้กันอย่างแพร่

ในลอนดอน ได้แก่ บัตรวีซ่า (VISA), บัตรมาสเตอร์ (Mastercard) และบัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส (American Express) ซึ่งการใช้บัตรเครดิตในการจับจ่ายก็เป็นอีกทางเลือก หนึ่งที่สะดวก รวดเร็ว และทำให้เราไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ระบบซิปและพิน (Chip & Pin)

ระบบชิปและพิน (Chip & Pin) เป็นระบบใหม่ในการใช้บัตรเครดิตที่ไม่ต้องใช้วิธีรูด บัตรแบบเดิมๆ และไม่จำเป็นจะต้องใช้ลายเซ็นอีกต่อไป แต่จะเป็นการอ่านชิปที่ฝังอยู่บนตัว บัตรแทน ซึ่งวิธีการใช้ก็เพียงเสียบบัตรลงไปในช่องเสียบของตัวเครื่อง จากนั้นพนักงานจะ กดแป้นที่ตัวเครื่องเพื่อใส่มูลค่าที่ต้องชำระเสร็จแล้วเจ้าของบัตรก็แค่กดรหัสตัวเลข 4 ตัวที่ เจ้าของบัตรเป็นผู้กำหนด เมื่อระบบทำงานทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อย พนักงานจะดึงสลิปแจ้ง

ยอดสินค้าหรือบริการที่จ่ายไปให้เราเก็บไว้ เป็นหลักฐาน (เท่านี้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย)

ปัจจุบันระบบชิปและพิน (Chip & Pin) นิยมนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรป โดยเฉพาะที่อังกฤษ ซึ่งระบบนี้เจ้าของบัตร จะต้องจำรหัส 4 ตัวให้ได้ ถ้าลืมต้องไปขอรหัสใหม่กับบริษัทหรือธนาคารเจ้าของบัตร เพราะร้านค้าจะไม่ยินยอมให้ใช้วิธี เซ็นชื่อ ซึ่งเป็นกฎระเบียบของธนาคารที่ได้ระบุ ไว้ และสำหรับลูกค้าที่ใช้บัตรแบบไม่มีชิปฝังอยู่ ในตัวบัตร ร้านค้าก็จะดูที่มาของบัตรและสำเนาหนังสือเดินทางที่มีชื่อตรงกับหน้าบัตร (ส่วนใหญ่จะ เป็นนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย ซึ่งระบบซิปและพินยังไม่แพร่หลาย) ส่วนบัตรเครดิตของไทยบางเจ้าก็ได้ใช้ระบบพินแล้ว ซึ่งเจ้าของบัตรสามารถนำมาใช้ กับระบบซิปและพื้นที่ประเทศอังกฤษได้เช่นกัน

Sponsored
UFABET

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *