อาหารฮากกา ที่นิยมของชาวฮ่องกง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อาหารฮากกา hongkong

ฮากกา อาหารฮากกาเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกงอย่างมาก

คนไทยเรียกชาวฮากกาว่าจีนแคะ เดิมมีถิ่นอาศัยอยู่ทางตอน ใต้ของประเทศจีน ร้านอาหารฮากกาขนานแท้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตNew Territories

รายการอาหารที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ไก่อบเกลือ หมูสามชั้นเดี่ยว กับผักดอง และเต้าหู้หมูสับราดซอส

ร้านอาหารที่แนะนำ ได้แก่ Hakka Hut

พริกหรือเครื่องปรุงที่จัดอยู่ตามโต๊ะ ซึ่งมีน้ำพริกเผาเป็นหลัก รสชาติไม่เหมือนแต่ก็ไม่แปลกไปจากของไทยมากนัก แต่มีน้ำมัน มากกว่า สามารถใช้แทนพริกน้ำปลาได้ นิยมใส่ในก๋วยเตี๋ยวหรือ เกี่ยวน้ำ เพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนและให้คุ้นปากคนไทยมากขึ้น

ชา

การดื่มชา ถือเป็นธรรมเนียมของคนเชื้อสายจีนทั่วทุกมุมโลก ซึ่งชาวฮ่องกงมีวัฒนธรรมการดื่มชาหรือที่เรียกว่า หยำฉ่า (Yam Cha) อันเป็นวัฒนธรรมของชาวจีนกวางตุ้งนั่นเอง และภัตตาคาร หรือร้านอาหารจีนจะเสิร์ฟน้ำชาร้อน ซึ่งร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตามตรอก ซอกซอยโดยทั่วไปจะมีราคาไม่แพงมาก มักเสิร์ฟชา Bolay ซึ่ง เป็นชาดำที่มีรสชาติขมและเข้มข้นมาก ทั้งนี้เพื่อตัดกับรสชาติของ อาหารจีนที่มันและเลี่ยนมากกว่าอาหารไทย ในขณะที่ร้านอาหาร หรูๆ หรือร้านที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาใช้บริการเป็นประจำ จะเลือกใช้ชา Heung Pin หรือชาดอกมะลิ ซึ่งมีกลิ่นหอม รสชาติ นุ่มนวลกว่า และคุ้นลิ้นคนต่างชาติมากกว่า ชาวฮ่องกงนิยมใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนคำขอบคุณ บริการที่เสิร์ฟชาให้ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเช่นเดียวกับชาวจีน โดยทั่วไป มีตำนานเล่าว่า สมัยจีนโบราณมีฮ่องเต้พระองค์หนึ่งทรงเสด็จออกประพาสนอกวังเพื่อดูความเป็นอยู่ของราษฎร แต่ไม่ต้องการให้ใครรู้ จึงสั่งห้ามขุนนางผู้ติดตามมิให้บอกใครให้ทำเป็นเสมือนเพื่อนคนหนึ่ง ขณะแวะพักดื่มชากันที่โรงน้ำชาแห่งหนึ่ง เมื่อเด็กเสิร์ฟยกน้ำชามาวาง ฮ่องเต้ในคราบสามัญชนก็เป็นผู้รินชา ใส่ถ้วยให้แก่เหล่าขุนนาง ขุนนางเหล่านั้นตกใจมากที่ฮ่องเต้ทำ เช่นนั้น ครั้นจะคุกเข่าขอบพระทัยก็ไม่ได้เพราะฮ่องเต้ปลอมเป็น สามัญชนอยู่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงใช้วิธีงอนิ้วชี้กับนิ้วกลางแล้วเคาะ เบาๆ ที่โต๊ะสามครั้ง นิ้วทั้งสองแทนการคุกเข่า ส่วนการเคาะสามครั้ง ก็แทนการคำนับ ตั้งแต่นั้นก็เลยกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา

ชาวฮ่องกงเสิร์ฟชาครั้งละ 2 กา กาแรกเป็นกาชาที่มีรสชาติ เข้มข้นมาก ส่วนกาที่ 2 เป็นน้ำร้อนเตรียมไว้สำหรับเติมให้ชา เจือจาง เมื่อเติมชาหรือน้ำร้อนจนหมด ให้เปิดฝากาแล้ววางหงาย ขึ้นไว้ตรงที่ปิดฝากา ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทราบว่าชาหมดแล้ว และต้องการให้มาเติม สามารถขอเติมชาได้ตลอดเวลา โดยร้านค้า ส่วนใหญ่ไม่คิดค่าบริการ หรือถ้าคิดก็คิดเป็นค่าบริการต่อหัวอยู่แล้ว

และภัตตาคารหรือร้านอาหารในฮ่องกงเกือบทุกร้าน ยกเว้น ร้านที่คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างดี จะเสิร์ฟชาร้อนหรือ น้ำอุ่นให้กับลูกค้า ไม่นิยมเสิร์ฟน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง เนื่องจากคน โดยทั่วไปไม่นิยมดื่มน้ำเย็นหรือน้ำใส่น้ำแข็ง เพราะสภาพภูมิอากาศ ที่หนาวเย็นอยู่เกือบทั้งปี แต่สามารถขอน้ำแข็งจากพนักงาน แต่อย่างใด หากต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่เต็มใจจัดหาให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างไร

นำเสนอโดย
ยูฟ่าเบท

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *