สิ่งของทําร้ายตัวเราเอง

Image result for ผมคิดว่าตัวเองเป็นชั้นวางหนังสือ

ตอนนั้นผมมีข้าวของมากมายเอาไว้เพื่อที่จะแสดงคุณค่าของ ตัวเอง” แต่ข้าวของเหล่านั้นกลับลบ “ความเป็นตัวของตัวเองของผม” ให้หายไป และต่อมาข้าวของเหล่านั้นก็ได้หันมา “ทําร้ายตัวผมเอง”

ดูเหมือนว่าเรื่องมันจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดนึงอีกแล้ว ดังนั้นผม จะลองสรุปให้ทุกคนฟังอีกครั้งนะครับ

เดิมที่เราใช้ฟังก์ชั่นดั้งเดิมจากข้าวของต่างๆ อย่างเครื่องหินและ เครื่องปั้นดินเผา ตอนแรกพวกเรามีแต่ข้าวของที่จําเป็นสําหรับเรา เท่านั้น พอเวลาผ่านไปสังคมสมบูรณ์มากขึ้น พวกเราจึงเปลี่ยน มาใช้ข้าวของต่างๆ ด้วยวัตถุประสงค์อื่นๆโดยไม่รู้ตัว ซึ่งวัตถุประสงค์นั้นก็คือ เพื่อตอบสนองความต้องการลึกๆ ในใจมนุษย์ทุกคนว่า

“ตัวเราเองนั้นมีคุณค่า”

เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม ถ้าไม่ สามารถบอกได้ว่า “ตัวเองมีคุณค่า” ก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ จนอาจจะทําให้เกิดโรคซึมเศร้าหรือคิดฆ่าตัวตายได้ ซึ่งทําให้ผม คิดว่า การที่ “ตัวเองมีคุณค่า” ได้นั้นเกิดจากการได้รับการยอมรับจาก ใครสักคน

สําหรับ “คุณค่าของตัวเอง” นอกจากจะเห็นได้จากรูปลักษณ์ ภายนอกแล้ว ก็ยังมีคุณค่าที่อยู่ภายในจิตใจของเราด้วย แต่ว่า รูปลักษณ์ภายในเป็นสิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นได้ยากและต้องใช้เวลา จะดีกว่าถ้าเราใช้ข้าวของต่าง ๆ มาแสดงรูปลักษณ์ภายในของเรา วิธีนี้ยังทําให้คนรอบข้างเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะทุกคนจะสามารถ มองเห็นข้าวของชิ้นนั้นและรับรู้ได้ทันที แ

ถ้าเอาแต่แสดงคุณค่าของตัวเองด้วยข้าวของต่างๆ มากเกินไป จะทําให้จํานวนข้าวของเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และข้าวของที่ใช้เพื่อ “แสดงคุณค่าของตัวเอง” จะเข้ามาแทนที่ “ตัวของเราเอง” และจะ กลายเป็นว่า “ข้าวของ = ตัวเอง” พอเป็นแบบนี้ข้าวของก็จะเพิ่มขึ้น เพราะว่ายิ่งข้าวของเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มากขึ้นเท่านั้น การ

ข้าวของที่เพิ่มจํานวนขึ้นมาเหล่านั้นก็จะเริ่มหันมาแยกเขี้ยว เตรียมพร้อมที่จะทําร้ายเราและทําให้เราเสียทั้งเวลาและแรงกาย

พอเป็นแบบนี้ข้าวของที่เคยเป็นอุปกรณ์ในการดําเนินชีวิตก็จะเปลี่ยน มาเป็นเจ้าชีวิตของเรา และก็จะไม่ใช่ข้าวของที่เราใช้ฟังก์ชันและใช้ เพื่อ “แสดงคุณค่าของตัวเอง” อีกต่อไป แต่จะกลับกลายเป็นสิ่งที่ “ทําลายตัวตนของเรา” กล่าวคือ ข้าวของเหล่านั้นเป็นเจ้าชีวิตและ ตัวเราตกเป็นทาสเรามีข้าวของมากมายจนสิ่งเหล่านั้นหันมา “ทําร้ายเรา” เป็น เหมือนผีร้ายที่คอยสูบทั้งพลังงานและเวลา ข้าวของพวกนี้ไม่ใช่ ข้าวของธรรมดาๆ แต่เป็นเจ้าชีวิตที่บงการให้พวกเราพร้อมทํางาน อย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะสละทั้งชีวิตให้ เป็นวงจรอุบาทว์ที่ พวกเราต่างแก่งแย่งกันเพื่อที่จะได้มีข้าวของพวกนี้มาเป็นเจ้านาย

จริงๆ แล้วของชิ้นเดียวก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรหรอกครับ แต่ ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทําพิษให้กับเราก็คือข้าวของที่พวกเราเก็บสะสมมาก เกินไปต่างหาก พวกเราจึงจําเป็นต้องดูให้ดีว่า เราให้คุณค่ากับ ข้าวของเหล่านั้นจนเท่ากับคุณค่าของตัวเอง หรือให้คุณค่าข้าวของ เหล่านั้นจนมันได้กลายเป็นเจ้าชีวิตของเราหรือไม่ ซึ่งข้าวของเหล่านั้น ไม่ใช่ทั้งตัวของเราและไม่ใช่เจ้าชีวิตของพวกเรา แต่เป็นแค่ข้าวของ ชิ้นหนึ่ง ดังนั้นเราควรจะมีแค่ข้าวของที่สําคัญกับตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่ของที่มีไว้เพื่อให้ใครมาสนใจในตัวเรา

ในบทต่อไปผมจะพูดเกี่ยวกับวิธีลดจํานวนข้าวของอย่างเป็น รูปธรรมมากขึ้น ทุกคนไม่ได้มีข้าวของพอดีกับตัวเอง แต่เพิ่มจํานวน ข้าวของจนกลายเป็น “ทําร้ายตัวเอง” ถ้าลองเว้นระยะห่างจากข้าวของ พวกนั้นสักครั้งก็ดีเหมือนกัน และสังคมที่ทุกคนสามารถทําอะไร หลายๆ อย่างได้โดยไม่ต้องพึ่งพาข้าวของก็ปูทางเอาไว้แล้วด้วย

เอาละ เรามาตัดใจและตีตัวออกห่างจากข้าวของที่ “ทําลายคุณค่า ของตัวเรา” กันเถอะ!

 

Sponsored
ยูฟ่าเบท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *